เครื่องราชอิสริยาภรณ์
 
 



 
 
เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า
THE ILLUSTRIOUS ORDER OF CHUIA CHOM KLAO
 


ประวัติความเป็นมา
- พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๑ เนื่องในโอกาสที่พระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีได้ปกครองประเทศไทยติดต่อกันมาถึง ๙๐ ปี ด้วยความสงบสุข มิได้มีการรบราฆ่าฟันแย่งชิงราชสมบัติกันให้เกิดความเดือดร้อนแต่ประการใด
และในการที่พระองค์ทรงครองราชย์เป็นรัชกาลที่ ๕ ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์และยังมีพระชนมายุยังน้อย
บรรดาพระบรมวงศานวงศ์ ขุนนาง ข้าราชการต่างๆ ก็มิได้มีความรังเกียจ
- ทั้งนี้ก็เพราะต่างระลึกถึงพระเดชพระคุณของสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินซึ่งเป็นต้นพระบรมวงศ์มาทุกพระองค์
อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองคุณความดี สมควรที่จะมีเครื่องราชอิสริยาภรณ์อีกชนิดหนึ่งเพื่อพระราชทานแก่
พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการ เพื่อระลึกถึงผู้ที่ได้รักษาแผ่นดินมาแต่กาลก่อน ตลอดจนถึง
ท่านที่ได้ทำนุบำรุงแผ่นดินในปัจจุบัน
- พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้านี้ขึ้นซึ่งเป็นพระนามของพระองค์ และให้แพรแถบสีชมพูอันเป็นสีของวันพระราชสมภพ คือวันอังคาร

ชั้นตรา อักษรย่อและจำนวนที่พระราชทาน

สำหรับพระราชทาน ฝ่ายหน้า ( บุรุษ ) มี ๓ ชั้น ๗ ชนิด คือ

ชั้นที่ ๑  มี ๒ ชนิด       
ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ ( ป.จ.ว. )     ไม่จำกัดจำนวน

ปฐมจุลจอมเกล้า ( ป.จ. )        มีจำนวน ๓๐ สำรับ

ชั้นที่ ๒  มี ๒ ชนิด       
ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ( ท.จ.ว. )     มีจำนวน ๒๐๐ สำรับ

ทุติยจุลจอมเกล้า ( ท.จ. )     มีจำนวน ๒๕๐ ดวง

ชั้นที่ ๓  มี ๓ ชนิด       
ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ( ต.จ.ว. )   มีจำนวน ๒๕๐ ดวง

ตติยจุลจอมเกล้า ( ต.จ. )    มีจำนวน ๒๐๐ ดวง

ตติยานุจุลจอมเกล้า ( ต.อ.จ. ) มีจำนวน ๑๐๐ ดวง

สำหรับพระราชทานฝ่ายใน
( สตรี ) มี ๔ ชั้น ๕ ชนิด คือ

ชั้นที่ ๑
ปฐมจุลจอมเกล้า (ป.จ.)    มีจำนวน ๒๐ สำรับ

ชั้นที่ ๒  มี ๒ ชนิด
ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.)   มีจำนวน ๑๐๐ ดวง

ทุติยจุลจอมเกล้า (ท.จ.) มีจำนวน ๑๐๐ ดวง

ชั้นที่ ๓
ตติยจุลจอมเกล้า (ต.จ.)  มีจำนวน ๒๕๐ ดวง

ชั้นที่ ๔
จตุตถจุลจอมเกล้า (จ.จ.) มีจำนวน ๑๕๐ ดวง



การพระราชทาน


ให้มีประกาศนียบัตรกำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าทุกชั้น
การพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า จะเป็นดังนี้
๑. พระราชทานแก่ผู้ที่ทรงพระราชดำริเห็นสมควร
๒. สำหรับฝ่ายหน้ารับพระราชทานตั้งแต่ชั้นที่ ๑ ขึ้นไป พระราชทานสืบตระกูลได้
๓. พระราชทานสำหรับเจ้านายหรือผู้มีเกียรติชาวต่างประเทศ อาจจะพระราชทานได้โดยไม่มีการสืบตระกูล

การเรียกคืน
.เมื่อผู้รับพระราชทานวายชนม์ หรือ ทรงเรียกคืน จะต้องส่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์คืน
ที่สำนักเลขาธิการคระรัฐมนตรี
ถ้าไม่สามารถส่งคืนได้ด้วยประการใดๆ ต้องชดใช้ให้แก่ทางราชการตามราคาที่กำหนดไว้

การใช้คำนำนาม สตรีที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน


สตรีซึ่งสมรสแล้ว เมื่อได้รับพระราชทาน  ป.จ., ท.จ.ว. ใช้คำนำนามว่า " ท่านผู้หญิง "
สตรีซึ่งสมรสแล้ว เมื่อได้รับพระราชทาน  ท.จ., ต.จ., จ.จ. ใช้คำนำนามว่า " คุณหญิง "
สตรีที่ยังมิได้สมรส เมื่อได้รับพระราชทาน ไม่ว่าชั้นใด ใช้คำนำนามว่า " คุณ "
สตรีซึ่งเป็นเชื้อราชตระกูล ชั้นหม่อมเจ้า ใช้คำนำ พระนามตามเดิม ไม่ว่าจะได้รับพระราชทานชั้นใด สำหรับหม่อมราชวงศ์ และหม่อมหลวง เมื่อได้รับพระราชทาน  ป.จ., ท.จ.ว. ใช้คำนำนามว่า " ท่านผู้หญิง " หากได้รับพระราชทาน  ท.จ., ต.จ., จ.จ. ยังคงใช้ฐานันดรโดยไม่ใช้คำนำนามว่า " คุณหญิง "
 
การสืบตระกูล


๑.อันดับ
บิดาได้รับพระราชทาน  ป.จ.ว. บุตรชายได้รับสืบตระกูลตั้งแต่บิดายังมีชีวิตอยู่ และให้รับสืบตลอดไป จนหาตัวผู้สืบสายโลหิตเป็นชายมิได้
บิดาได้รับพระราชทาน  ป.จ. บุตรชายได้รับสืบตระกูลตั้งแต่บิดายังมีชีวิตอยู่ แต่สิ้นสุดเพียงชั้นเดียว
บิดาได้รับพระราชทาน  ท.จ.ว. หรือ ท.จ. บุตรชายได้รับสืบตระกูล เมื่อบิดาล่วงลับไปแล้ว และสิ้นสุดเพียงชั้นเดียว

๒.หลักเกณฑ์โดยสังเขป
 บุตรที่จะได้สืบตระกูลต้องเป็นบุตรชายคนโต หากบุตรชายคนโตไม่สมควรจะได้รับพระราชทาน จะขอพระราชทานให้คนรองลงไปตามลำดับก็ได้
 ถ้าบุตรชายที่จะได้รับพระราชทาน วิกลจริต หรือ ตายเสียก่อนที่จะได้รับพระราชทานก็จะพระราชทานแก่ หลาน ซึ่งเป็นบุตรของบุตรชายคนนั้น

๓.เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่จะพระราชทาน
  ถ้าเป็นบุตรสืบตระกูล  บิดา จะได้รับพระราชทาน  ต.จ.
  ถ้าเป็นบุตรสืบตระกูล  ปู่ จะได้รับพระราชทาน  ต.อ.จ.

 
 
     
   
    เครื่องราชฯ ตระกูลต่างๆ

Top